คำเตือน :: เอนทรี่นี้มีแต่ตัวหนังสือ orz...
 
------ -  ------------- - - - ----------- - ---
 
 
 
 
เรารู้ดีว่า พอเอนทรี่มีตัวหนังสือเยอะมาก ๆ ปุ๊ป ทุก ๆ คนจะเริ่มอ่านข้าม ๆ หรือไม่อ่านเลย =w=''
 
แน่นอนเราก็เป็น
 
แต่วันนี้ เราก็ยังจะเขียนยาวอยู่ดี ... *3*//
 
แหม ๆ เค้าก็อยากให้อ่านนะ นาน ๆ  ทีจะไม่แปะภาพบ้าง
 
 
 
 
ความจริงแล้วคือ วันนี้เราวาดภาพเยอะจนวาดไม่ไหวแล้วค่ะ สงสารมือ T[]T

นั่งปั่นโกโก้ นั่งสานเส้น นั่งวาด theme บล็อค เผลอแปปเดียวก็เย็นแล้ว...!!
 
 
 
 
 
 
 
 
เรื่องมีอยู่ว่า

 มีน้องคนนึงถามมาค่ะว่าเราไปเรียนที่ญี่ปุ่นได้ยังไง

(รู้สึกว่าเคยมีคนอื่นถามมาด้วยแหละ แต่ลืมไปแล้ว)

เราว่าเราก็อยากเล่าเรื่องนี้อยู่เหมือนกันนะ *3* ถึงไม่รู้ว่าจะมีคนอ่านรึเปล่าก็เถอะ (ฮา)
 
 
เลยขอตอบน้องเค้าพร้อมกับเล่าให้ทุกคนฟังทีเดียวเลยละกันนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่พอมานึกย้อน ๆ ดู เรารู้สึกว่าเราเป็นคนที่โชคดีมากกกกกกกที่ได้เรียน
 
เป็นอะไรที่โคตรจะฟลุ๊คและโชคดีเลย =w=
 
 
 
 
 
 
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า... ย้อนไปน๊านนน นานหน่อย

ช่วงนั้นเรายังไม่รู้เรื่องภาษาญี่ปุ่นซักกะนิด ไม่เคยเรียน ไม่รู้ว่าฮิรางานะคืออะไร
 
แต่ชอบดูอนิเม ชอบฟังเพลงอนิเมมาก~~~~!!
 
จนวันหนึ่ง... พี่ชายเราเหน็บขึ้นมาค่ะ
 
 
 
 
 
"ฟังไปก็ไม่รู้เรื่อง แล้วจะฟังไปทำไม มันจะเพราะตรงไหน"
 
 
 
 
 
 
(ดนตรีมันคือภาษาสากลโว้ย~~!! ไม่เข้าใจก็อินได้~!!!)

และนั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราเริ่มเรียนญี่ปุ่นก็เป็นได้ (ฮา)


แล้วเราก็เรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นมาเรื่อย ๆ ค่ะ (เรียนที่ JAT <<< โฆษณา ๆ )
 
จนเรารู้สึกว่า เราชอบภาษาญี่ปุ่นนะ เราอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากกว่านี้นะ
 
(และเราก็ชอบประเทศเค้าด้วยจากที่ไปเที่ยว)
 
เราก็เลยเริ่มมองหาหนทางไปเรียนที่ญี่ปุ่น
 
 
 
 
 
แต่อยากจะบอกว่า... =[]=!!! มันริบหรี่เสียนี่กระไร
 
 
 
ส่วนตัวเราอยากเรียนเกี่ยวกับการวาดด้วย ก็ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่
 
 ภาษาก็ยังงู ๆ ปลา ๆ (ตอนนั้นระดับ 3 ค่ะ อย่าหวังว่าจะคุยกับคนญี่ปุ่นรู้เรื่อง TwT)

หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ช่วย ๆ หาข้อมูลดู ก็ได้ข้อมูลจากทาง ไมนิจิ และ เจเอ็ด

ก็ไปงาน fair เกี่ยวกับโรงเรียนที่เค้าจัด
 
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกโรงเรียนอาชีวะ(เรียกถูกรึเปล่าหว่า... ที่ 2 ปีจบ กึ่ง ๆ มหาลัย)
 
กับโรงเรียนสอนภาษามากกว่า

โรงเรียน ม ปลาย มีอยู่โรงเรียนเดียวคือ เมโตกุ
 
 
หลังจากที่หาข้อมูลอยู่พอควรและได้คนรู้จักทางคุณแม่คอยช่วยด้วย
 
(เป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น we ค่ะ สอนดีมากกกก <<< โฆษณาอีกแล้ว แต่รับรองนะเออ)
 
 
 
สรุปก็คือเล็ง ๆ โรงเรียนเมโตกุไว้

คือตอนนั้น มีความคิดประมาณว่า ไม่รู้แหละ ถ้าพลาดโอกาสนี้จะไปเอาโอกาสไหนได้อีก
 
เลยตัดสินใจว่าจะไปแน่ ๆ  ตอนนั้นหลักสูตรของอินเตอร์ก็ยังเรียนไม่จบ (IGCSE ตอนนั้นเรียนไปปีเดียว)
 
 
 
หลังจากนั้นก็ได้ไปหาคุณป้าชื่อป้าแตน (เป็นคนรู้จักของคุณป้าอีกทีค่ะ) 
 
พอดีว่าป้าแตนอยู่ญี่ปุ่นมานานมากกกกกกกกกก (มากก มาก มาก มาก มาก 30 ปี)
 
เราก็เลยได้ป้าแตนช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับหลาย ๆ โรงเรียนให้ 
 
(TwT เป็นบุญคุณทดแทนไม่หมดเลยค่ะ อยากให้ป้าแตนอ่านเอนทรี่นี้จัง)
 
 
 
สุดท้ายก็หาไม่ได้เลยค่ะ มันยากมากกกกกกก
 
ก็เลยลองไปดูโรงเรียนเมโตกุทีนึง ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าโรงเรียนนั้น

(ตอนนั้นเราก็วาดภาพขอบคุณป้าแตนค่ะ เป็นภาพนี้)
 

 (แม่เจ้า เขียนผิดเพียบเลย ไวยากรณ์และภาษาช้านนนน orz)
 
 
 
 
และเราก็ได้เรียนที่ญี่ปุ่นสมใจอยาก
 
 
 
แต่.... =w='' ไม่ใช่ว่าโรงเรียนไม่ดีนะ แต่มันไม่เข้ากับแนวเราอะ

ปัญหาคือมันไม่มีวิชาศิลปะ!!!! =[]=!!! ช่วงนั้นอินเตอร์เน็ตใช้ไม่ได้!!!

ที่สำคัญคือเรียนกับคนต่างชาติซะมากกว่า ความจริงคือเราอยากเรียนแบบญี่ปุ่นเลยค่ะ (ท่าจะยาก)
 
และมันเป็นหอ...

คือเราเป็นคนที่ไม่ชอบชีวิตที่ให้ใครมากำหนดตารางเวลาให้ค่ะ
 
อยากให้ตัวเองเป็นคนกำหนดเองมากกว่า เพราะเราก็รู้ตัวว่าเราจัดเวลาได้
 
 
 
 
 
หลังจากอยู่ไปเทอมนึง ตอนปิดเทอมกลับไทยเราก็ไปบ่นกับคุณพ่อคุณแม่...
 
"มันไม่เข้ากับหมอกอ้ะ TwT"  
 
 
 
 
 
คราวนี้ก็เลยได้หัวปั่นกันอีกรอบ... ตอนนั้นเราสอบได้ระดับสองแล้ว
 
อย่างน้อยก็ยังมีความหวังขึ้นมานิสสสสสสนึง
 
(แต่เชื่อเถอะ คุยกับคนญี่ปุ่นไม่ค่อยได้อยู่ดี)
 
ตอนนั้นได้เพื่อนของเพื่อนคุณแม่ที่เป็นคนญี่ปุ่นช่วยพอดีค่ะ
 
เค้าเผอิญมีข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนที่มีสอนด้านการ์ตูนอนิเมชั่นด้วย~!! (โชคดีสุด ๆ )
 
คราวนี้คุณแม่ก็ส่งข้อมูลของโรงเรียนนั้นไปให้ป้าแตนดู
 
 
 
 
แล้วก็ได้ป้าแตนช่วยอีกครั้ง TwT (ซึ้งใจ)
 
ป้าแตนก็ลองดูลิงค์ของโรงเรียนอื่นจากทางโรงเรียนนั้นด้วยแล้วก็ได้ข้อมูลมาสามสี่โรงเรียนได้

สรุปก็เลือกโรงเรียน Tezukayama (ซึ่งเค้าไม่เคยรับคนต่างชาติ...อ่าว...)
 
ป้าแตนก็ช่วยคุยให้ และทางโรงเรียนเค้าก็บอกว่า
 
ให้เราออกมาลองสอบข้อสอบของเก่าดูก่อน ถ้าพอไปวัดไปวาได้จะให้มาสอบจริงอีกที
 
 
 
 
ก็ต้องไปลองสอบ (ตอนนั้นมีคุณพ่อ คุณแม่ ป้าแตน)

เจอครูใหญ่...อยู่ดี ๆ เค้าก็ถามว่า "ทำไมถึงอยากเข้าโรงเรียนนี้" คือตอนนั้นสมองโล่ง.... =[]=!!
 
ยังไม่ได้เตรียมโพยเลยค่า!!!!!
 
เหวอไปพักใหญ่ ๆ (ครูใหญ่ขมวดคิ้วเลย orz...)
 
 
ก็เริ่มแถ ๆ ไปเล็ก ๆ น้อย ๆ งู ๆ ปลา ๆ ตามภาษาคนยังพูดไม่เก่ง TwT
 
ตอนนั้นใจแป้วววว ประมาณว่า "อดแล้วตรู อดแล้วตรู"

แล้วหลังจากนั้นเค้าก็ให้เราไปลองทำข้อสอบศิลปะดูค่ะ
 
(วาดดรอวอิ้ง กับ วาดภาพการ์ตูนมีโจทย์ให้ อย่างละหนึ่ง) โดยมีหัวหน้าครูศิลปะคอยคุม

เราก็วาด ๆ  ๆ ไป  ซักพักครูเค้าก็เดินออกไป มีครูศิลปะคนอื่นมาคุมแทน
 
วาดเสร็จเค้าก็ชม ๆ ๆ (ลอย ๆ ๆ =w=b!!! กร๊ากกก) แต่ก็ติด้วยเล็กน้อยน่ะนะ
 
 
 
 
 
หลังจากนั้นก็ลองข้อสอบอังกฤษกับญี่ปุ่นต่อค่ะ

ข้อสอบอังกฤษไม่ยากเลยย~~~

ส่วนข้อสอบญี่ปุ่นโคตรยากเลย..... orz.... ทำไปใจแป้ว คือทำไม่ได้เลยจริง ๆ

ลองคิดดูนะคะ เด็กต่างชาติ เรียนญี่ปุ่นมาสองปีนิด ๆ 
 
แล้วจะให้ไปทำข้อสอบแบบเดียวกับเด็กญี่ปุ่นเนี่ยนะ!?!
 
 
 
สำหรับเรามันเป็นไปไม่ได้ TwT
 
 

ตอนนั้นได้ 17 คะแนนแหละ (เต็มร้อย กร๊ากก) จำได้แม่น... orz...
 
 
 
 
แต่สรุป ครูใหญ่เข้าให้เขียนใบสมัครสอบล่ะค่ะ!! *3*!!!
 
 
 
 
มารู้ทีหลังว่า ตอนช่วงที่เราสอบศิลปะ และครูใหญ่พาพวกคุณพ่อคุณแม่ป้าแตนดูโรงเรียน
 
อยู่ดี ๆ หัวหน้าครูศิลปะ(ที่คุมเราตอนแรก)ก็โทรมาหาครูใหญ่ ว่า เราวาดได้ดีมากกก ชม ๆ ๆ (โอ้~ ลอย ๆ ๆ )

คุณแม่บอกว่า ตอนนั้นครูใหญ่เป็นท่าทีเป็นแฮปปี้ แล้วก็ให้เซ็นใบสมัครสอบเลย (กร๊ากกกกก)
 
โชคดีจริง ๆ

 
 
พอสอบเสร็จก็กลับไปเรียนที่เมโตกุต่อค่ะ (แวบออกมา ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์)

ตอนนั้นก็เริ่มเครียดละ... แล้วตรูจะสอบได้เร้อ... ถ้าสอบได้ตรูจะเรียนรู้เรื่องเร้อ... แล้วตรูจะมีเพื่อนเร้อ...
 
(ตอนนั้นเจอปัญหาเรื่องเพื่อนคนญี่ปุ่นจากที่เมโตกุมานิดหน่อย ทำเอาคิดมากโคตร ๆ )
 
คือ... ติ๊ต่างเอาเองไปแล้วว่าเราได้เข้าแน่ ๆ (อ้าว...)
 
 
 
พอดีคุณแม่แอบโทรมาบอกน่ะค่ะ ว่า ทางโรงเรียนโทรไปคุยกับป้าแตนว่า
 
ถ้าให้เราเข้าโรงเรียนนี้ จะต้องให้ป้าแตนเป็นผู้ปกครองแทน คือมีปัญหาอะไรต้องติดต่อได้
 
ซึ่งป้าแตนก็ตกลงไป (ฮืออออ ซึ้งใจรอบที่ร้อยห้าสิบ)
 
 
 
 ซึ่งนั่นหมายความว่าโรงเรียนคงรับเราแหละ (กร๊ากก)
 
 
 
 
 
 
และหลังจากวันนั้นเรามีเวลาประมาณสองอาทิตย์ก่อนสอบจริง

ตอนนั้นเครียดมากกกกกกกก แหงล่ะ ก็เห็นข้อสอบภาษาญี่ปุ่นแล้วเบลอเลย

ช่วงนั้นขยันโคตร ๆ นั่งท่องคันจิเพิ่ม (สุดท้ายมันก็ไม่เข้าเล้ยย) เครียดมากว่าเปิดเทอมจะมีเพื่อนมั้ย
 
 
เครียดแบบเกิดมาไม่เคยเครียดขนาดนั้นมาก่อน orz...


ปรกติถึงเราจะขี้กังวลแต่เราไม่ใช่คนที่เก็บอะไรมาคิดมากนาน ๆ นะ

แต่ช่วงนั้นร้องไห้ทุกวันเลย orz... เหนื่อยใจ...
 
 
 
 
 
จนถึงวันที่จะไปสอบก็มีปัญหาอีก!!!

คือ ถ้าเราจะออกไปสอบโรงเรียนอื่น ทางเมโตกุบังคับให้เราลาออกก่อนค่ะ orz...
 
(แล้วถ้าฉันสอบไม่ติดก็ไร้ที่ไปสิ =[]=!!!!!)
 
แต่เนื่องจากคิดว่าจะได้เข้าแน่ ๆ เลย ลาออกเลย... ฮ่า ๆ