(แอบโฆษณา) รับนิยายโหล ๆ ซักเรื่องมั้ยคะ?
posted on 24 Oct 2009 17:27 by leafticket in ETC
บทนำ “สาส์นลวงจากอดีต”
การที่จะแก้แค้นใครซักคนในสิ่งที่สมควร มันผิดหรือ…?
ณ ห้องวิจัยใต้ดินพื้นที่กว้างขวาง สิ่งก่อสร้างรูปทรงประหลาดขนาดใหญ่ตั้งเด่นหราอยู่กลางห้อง แสงจากหลอดไฟไม่กี่ดวงสะท้อนกับผิวสิเงินของมัน เหล่าผู้คนนับสิบในชุดสีขาวสะอาดยืนรายล้อมพร้อมจับจ้องไปยังเครื่องจักรขนาดยักษ์ ใบหน้าของพวกเขาถูกระบายไปด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความปลื้มปิติอย่างเห็นได้ชัด
“ในที่สุด โปรเจกต์สร้างเครื่องย้ายมิตินี่ก็เสร็จซักที”
ชายคนหนึ่งพูดขึ้นท่ามกลางความยินดีนั้น
“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าพวกเราจะสามารถทำความฝันที่ร่างกันไว้เป็นสิบปีนี่ให้เป็นจริงได้”
หญิงสาวข้าง ๆ หัวเราะ
“แต่มันอาจจะล้มเหลวก็ได้นา อย่าเพิ่งหลงดีใจไปเร็วนัก ยังไม่ได้ทดลองดูเลยไม่ใช่รึ”
เสียงชายแก่กล่าวทักท้วงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“โธ่ลุง จะสำเร็จหรือล้มเหลวถ้าไม่ลองดูก็ไม่รู้หรอกน่า อย่ามองเรื่องในแง่ร้ายก่อนที่มันจะเกิดขึ้นสิ”
สิ้นประโยคนั้น ผู้ฟังหลาย ๆ คนที่อยู่ในห้องพากันพยักหน้าเห็นด้วย ชายหนุ่มเจ้าของคำพูดก้าวเข้าไปใกล้เครื่องจักรสีเงินทรงกระบอกก่อนที่จะกดปุ่มสีฟ้าที่ถูกติดตั้งอยู่บนสิ่งนั้น แผ่นเหล็กสองแผ่นค่อย ๆ แยกตัวออกจากกันเกิดเป็นทางเข้าขนาดย่อมเผยให้เห็นด้านใน ร่างสูงเดินลอดประตูเข้าไปและหันกลับมายิ้มพร้อมพูดว่า
“เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่พวกเราพยายามกันมาตลอดสิบกว่าปีนั้นไม่ได้สูญเปล่า คงไม่มีทางไหนที่จะยืนยันได้ดีไปกว่าการใช้ตัวผมทดสอบเจ้าเครื่องนี้ ถ้าหากทุกอย่างล้มเหลว ร่างของผมก็คงจะสูญสลายไปพร้อมกับสิ่งนี้ด้วย”
บานประตูค่อย ๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ พร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากการเสียดสีของโลหะ
ผ่านไปประมาณสิบวินาที อะลูมีเนียมทรงกระบอกนั้นก็เปล่งแสงสีเหลืองนวลออกมาพร้อมควันสีขาวทึบที่แผ่ออกมาปกคลุมไปทั่วห้องก่อนที่จะค่อย ๆ จางหายไป แผ่นโลหะแยกออกจากกันอีกครั้งพร้อมกับด้านในที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของชายหนุ่มที่เดินเข้าไปเมื่อชั่วครู่
“หายไปแล้ว! โปรเจกต์เครื่องย้ายมิตินี่สำเร็จแล้ว!”
ทุก ๆ คนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบ ๆ ตะโกนขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ตามด้วยเสียงเฮฮาอันปลื้มปิติ
ในที่สุดโครงการที่ใช้เวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาก็สำเร็จไปด้วยดี…
อีกทางด้านหนึ่ง หลังจากที่ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในเครื่องจักรนั้นเขาก็ได้กดปุ่มสีเหลืองปุ่มเดียวที่มีอยู่ภายในและหลับตาลง… แสงสีเหลืองทองสว่างวาบก่อนที่เราจะรู้สึกเหมือนร่างกายถูกดูดลงไปยังเบื้องล่างอย่างไม่มีสิ้นสุด
พลั่ก!
ฉับพลันร่างกายของเขาก็กระแทกลงบนพื้นหินสีน้ำตาลแดง ชายหนุ่มกวาดตาดูทิวทัศน์รอบ ๆ อย่างรวดเร็ว บริเวณที่เขาตกลงมานั้นคือถนนเส้นเล็ก ๆ ไร้ผู้คนสัญจรที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยกำแพงอิฐ ท้องฟ้าสีครามส่องประกายสวยงาม ทุกอย่างดูแปลกใหม่จนอดไม่ได้ที่จะต้องตะโกนออกมา
“สำเร็จ! อัจริยะจริง ๆ เรา! สิบกว่าปีที่ผ่านมา ในที่สุดก็สำเร็จซักที!”
พอกู่ร้องจนโล่งใจชายคนนั้นก็ต้องหันกลับมาดูสถานะตัวเองอีกครั้ง…
“เอาล่ะสิ…แล้วจะกลับไปมิติเดิมยังไงเนี่ย…”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
เวลาได้ล่วงเลยผ่านไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี วนเวียนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…
ฉันเคยได้ยินเรื่องราวของตำนานที่ถูกเล่าขาน
ชายคนหนึ่งได้เกิดมาท่ามกลางความเกลียดชัง
รอบกายมีแต่ความมืดมิด อ้างว้าง
ไร้ทางออก…
ไร้ความหวัง…
ไร้แสงสว่าง…
เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่าอันไม่สิ้นสุด
จนวันหนึ่ง เขาได้ตั้งคำถามขึ้น
ความรักนั้นคือสิ่งใด…
ความรักนั้นเป็นเช่นใด…
เหตุใดจึงมีแต่คนเฝ้าไขว่คว้า
ทั้ง ๆ ที่ความรักนั้นคือสิ่งที่ไม่จีรังเอาเสียเลย…
ชายคนนั้นออกเดินทางตามหาคำตอบ
ผ่านทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ผ่านป่าทึบหนา ผ่านทะเลสาบนิ่งสงบ
จนในที่สุด…
เขาก็ได้พบกับศิลาที่สามารถตอบทุกอย่างได้
ความรักนั้นคืออะไร… เหตุใดข้าจึงไม่รู้จักมัน
ชายหนุ่มตั้งคำถาม
แท่นศิลาได้มอบคำตอบให้แก่เขา
ภาพของเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของชายผู้นั้น
เขาออกเดินทางไปที่นั่นทันทีโดยไม่รอช้า… และเขา… ก็ได้ตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง
เรื่องราวของศิลาได้ถูกถ่ายทอดจากเขาสู่หญิงสาว
จากเรื่องราวที่ถูกเผยแพร่ในเมืองเล็ก ๆ ได้ถูกเล่าขานต่อไปเรื่อยๆ
จากปากสู่ปาก คนหนึ่งคนสู่คนสองคน
จากคนแสนคนสู่คนนับล้าน…
เรื่องราวของชายคนนั้นและศิลาวิเศษได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานไป…
ชั่วนิรันดร์…
หากแต่ตัวฉันนั้นเดินอยู่บนทางเดินที่ไร้จุดสิ้นสุด…
ไร้ทางให้หวนกลับ
บ่อยครั้งที่ต้องเจอกับทางแยก…และทุกๆครั้งคือเวลาที่ฉันต้องเลือกเดินไปทางใดทางหนึ่ง
ในบางครั้งสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่ความจริง
บางครั้งสิ่งที่คุ้นตากลับเป็นสิ่งโกหก
บางครั้งคำลวงกลับกลายเป็นสิ่งที่มีความหมาย
ฉันเดินอยู่บนทางที่ทุกสิ่งล้วนไม่จีรัง…
เพราะเหตุใดความจริงถึงไม่แสดงตัว
เพราะเหตุใดความลวงถึงรายล้อมตัวฉัน
เพราะเหตุใดบางสิ่งที่ฉันเชื่อกลับไร้ความหมาย
เพราะเหตุใดบางครั้งสิ่งที่ฉันเลือกกลับนำพาความทุกข์มาให้
ตัวฉันกำลังเดินอยู่บนทางเดินที่ไร้จุดสิ้นสุด…
ถึงแม้อยากจะหวนกลับซักเพียงไร เวลากลับไม่เคยย้อนกลับไปตามคำอธิษฐานของฉัน
แสงอาทิตย์เจิดจ้าขณะที่ฉันแหงนหน้ามองขึ้นไป
ณ สถานที่ที่หิมะไม่เคยหยุดโปรยปราย…ท้องฟ้าสีครามใสกำลังส่งยิ้มให้ฉัน
และบอกกับฉันว่า
เดินหน้าต่อไปนะ…
-------- - ----------------------- - -------------- --
(พอแปะเป็นแบบจัดเรียงตัวอักษรตรงกลางแล้วแปลก ๆ แฮะ แฮ่ ๆ )
ไม่ต้องห่วงค่ะ เข้าบทที่หนึ่งมันจะยาวกว่านี้อีก!!!
แต่เราจะไม่เอามาแปะในบล็อคต่อหรอก แค่เอามาโฆษณา (ฮา)
ในบล็อคเราแปะโกโก้อย่างเดียว (แต่โกโก้ก็กินพลังไปนู่นแล้วววว)
แปะลิงค์ค่ะ >>> จิ้มจ้า
ใครสนใจนิยายโหล ๆ ก็เข้าไปรออ่านต่อไปเน้อ~~~ *3*// (แต่ดองนะจ๊ะ จุม๊วฟฟฟ)
แต่เค้าว่าพอมันเข้าเรื่องหลักแล้วมันไม่โหลนะ ;w;....
ปล. นิยายไม่น้ำเน่า เพราะจขบ.ไม่มีน้ำตาลในเส้นเลือด orz... อย่าไปหลงกับตำนานในช่วงบทนำ TwTb!!
ปล2. ยังไงก็จะรีไรท์จนจบ เพราะมันเคยจบไปแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องว่ามันจะไม่จบค่ะ
"จบแน่นอน" (แค่ดองอืด ดองนาน ดองเค็มก็เท่านั้นเอง กร๊ากก)
ปล3. ว่าอยากจะวาดภาพประกอบนิยายง่าย ๆ *3*.... ไม่มีเวลาปั่น orz...
นี่คือคุณนางเอกค่ะ ไอ้เฟียร์ vvvvvv
มันเป็นนางเอกที่สมควรจะได้รางวัล"นางเอกยอดเห่ยแห่งปี"
มันธรรมดามากก มันบ้ามากก และมันงี่เง่ามาก และมันโง่มาก /me โดนไอ้เฟียร์ตรบ
edit @ 24 Oct 2009 18:48:28 by S.M.C~*(ซก)มกจัง
•~กุ๊ดจี่ Can Fly~•